แนะนำ – เพจคุณ ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์ “ตำราอาหารประจำบ้าน ทำได้จริง อร่อยทุกอย่าง”

ได้เห็นนามสกุลแล้วก็น่าจะคุ้นๆกันบ้าง คุณทอรุ้งเป็นภรรยาของ คุณ วานิช จรุงกิจอนันต์ กวีซีไรต์ที่ล่วงลับไปแล้ว เดิมคุณทอรุ้งเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยเขียนคอลัมน์อาหารในมติชนโดยใช้ชื่อว่า “คุณนายติ่ง” และมีหนังสือตำราอาหารของตัวเอง ชื่อ  “ตำราอาหารประจำบ้าน ทำได้จริง อร่อยทุกอย่าง”

ตำราอาหารประจำบ้าน ทำได้จริง อร่อยทุกอย่าง

ต้องเกริ่นไว้ก่อนว่าติดตามคุณทอรุ้งทางเฟสบุคโดยไม่เคยทราบมาก่อนว่า คุณทอรุ้งเป็นภรรยาคุณวานิช ทราบจากที่เพจของคุณทอรุ้งด้วยเช่นกันว่าคุณทอรุ้งทำหนังสือตำราอาหาร อะไรที่ทำให้เมนูในเพจของคุณทอรุ้งน่าติดตามแตกต่างจากเพจทำอาหารอื่นๆ จุดเด่นที่สุดคงเป็นตัวเมนูที่คุณทอรุ้งนำเสนอซึ่งปกติจะไม่ค่อยเห็นที่อื่นเท่าไหร่นัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทย แต่จะมีเมนูาหารชาติอื่นมาเวียนให้ชิมอิ่มตากันด้วย เวลาสงสัยหรือเขียนสอบถามไม่ว่าจะเป็นเทคนิคหรือสูตร คุณทอรุ้งจะช่วยตอบและแนะนำให้ไม่มีขาด เมนูน่าสนใจเช่น

น้ำปลากระท้อน

น้ำพริกมะขามอ่อนและกระท้อน

แกงคั่วมะระขี้นกยัดใส้หมูเด้ง

หน่อไม้ต้มแบบญี่ปุ่น

หมักผิวมะนาวทำเหล้า. Limoncello

มะระต้มกะปิ

หลนหอยดอง

ไข่เจียวทาโกะ

ยำพริกหยวกกับไข่ต้มยางมะตูม

แหนมหลนไข่หยาด

สนใจเมนูอื่นๆที่คุณทอรุ้งเคยนำเสนอ ติดตามที่ เมนูอร่อยคุณทำเองได้ by ทอรุ้ง

 

 

Eat Me with Your Eyes … ติดตามอิ่มเอมกันได้ที่

Followme on Twitter @FoodWriterBlog
Facebook : Facebook.com/FoodWriterBlog
Pin me : Pinterest.com/FoodWriterBlog
Read me : FoodWriterBlog.wordpress.com

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.

ห้องครัวของคุณยาย ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’

“It is not how much you do, but how much love you put into the doing.” – Dulcie May Booker

grans kitchen
หยิบ cookbook เล่มนี้รีวิวด้วย 2 เหตุผลหลักๆคือ ชอบไอเดียการเอาสูตรอาหารที่คนรุ่นก่อนๆบันทึกไว้พร้อมกับเทคนิคการทำมารวบรวมทำเป็นเล่ม ผลงานนี้นอกจากจะเป็นการยกย่องผู้หญิงรุ่นคุณย่าคุณยายของเราแล้ว เรื่องราวที่ประกอบกับแต่ละสูตรยังสะท้อนให้เราเห็นภาพวิถีชีวิตของคนรุ่นนั้นได้แจ่มชัด และสองด้วยเหตุผลส่วนตัวมากๆคือเห็นหนังสือเล่มนี้แล้วมีความรู้สึกอบอุ่นใจเหมือนได้กอดคุณย่าคุณยายตัวกลมห่มกันหนาวได้ เป็นอย่างนั้นจริงๆนะ ตอนเด็กๆจะติดปู่ย่าเพราะพ่อแม่ตัดหางปล่อยวัด ย่าจะตัวอ้วนกลมเวลานอนด้วยกันต้องถูต้นแขนย่าเพราะรู้สึกว่าสบายดี คืนไหนไม่ได้ทำจะนอนไม่หลับ พอโตขึ้นอยู่ประถมมีช่วงหนึ่งต้องไปอยู่หอพัก ก็ไปตกหลุมรักคุณป้าตัวกลมเพราะป้าเค้าคล้ายๆย่าเป็นพี่สาวเจ้าของหอพักและป้าแกก็ทำอาหารขายที่ตลาด ภาพแกงกระด้างยังติดตาติดใจไม่รู้ลืม ตอนอยู่หอพักเลยชอบไปอยู่ใกล้ๆแก

ไอเดียของหนังสือ ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’ มาจาก Natalie Oldfield หลานสาวของคุณยาย Dulcie ที่อยากรวบรวมสูตรอาหารที่คุณยายสะสมไว้ตั้งแต่สมัยสาวสะพรั่งจนถึงปัจจุบัน คุณยายเล่าว่าต้องรับผิดชอบดูแลงานบ้านตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พอ 12 ขวบก็ได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่ให้ดูแลภารกิจทุกอย่างในบ้านไม่ว่าจะดูแลน้องหุงหาอาหารทำความสะอาดบ้านเนื่องจากพ่อแม่ต้องเดินทางไปเมืองอื่น (คุณยายแกเอาอยู่นะ) คิดดูสิสำหรับเด็ก 12 ขวบที่ต้องรับผิดชอบขนาดนี้ แต่ถ้ามาดูเด็ก 12 ขวบสมัยนี้เราจะฉงนปนทึ่งว่ามนุษย์แท้จริงแล้วมีศักพภาพมากมายเพียงใด(ให้นึกถึงเด็กผู้หญิงDulci วัย12 ขวบเข้าไว้) คุณยายยังย้อนอดีตให้อ่านในเล่มด้วยว่าสมัยนั้นถ้าของอะไรหมดเช่น ยีสต์ ก็ต้องวิ่งไปหยิบยืมข้างบ้านซึ่งไม่ใช่ข้างบ้านแบบหันหลังชนกันรั้วติดรั้ว มันห่างกันเอาเรื่องเพราะแถวนั้นเป็นฟาร์มต้องถ่อไปเอายีสต์แล้วกลับมาลุยที่ครัวต่อ ยังมีเกร็ดและเรื่องราวในเล่มให้อ่านเพลินๆไปตลอดทางที่พลิกดูหนังสือ

หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ปี คศ. 2010 ตอนนั้นคุณยายอายุ 95 ขวบ ตอนนี้ก็อีก 2 ปีจะอ่อนวัยครบ 100 ขวบแล้ว Dulcie เป็นชาวนิวซีแลนด์ เกิดในฟารม์ที่เมืองWeymouthใกล้ๆกับ Aucklandและโตที่นั่นหลังจากแต่งงานก็อยู่บ้านหลังเดิมในเมืองนั้นมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน สูตรอาหารในหนังสือเล่มนี้หลายสูตร Dulci ได้ทดลองและปรับสูตร คิดค้นเทคนิคพร้อมกับบันทึกไว้ มีทั้งอาหารที่ทานกันในชีวิตประจำวันและอาหารที่ร่วมสมัยมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีสูตรอาหารที่รวบรวมเพิ่มได้จากแวดวงญาติๆอยู่ในเล่มนี้ด้วย

“Gran has achieved an enormous amount in a “quiet” life – as have many women of her generation.”

นี่คือประโยคแรกของการทิ้งท้ายที่บทนำของหนังสือโดย Natalie Oldfield ซึ่งเน้นไปที่คำว่า quiet นั่นคือความเสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จากชีวิตเงียบๆเรียบๆซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมใหญ่ ในยุคนั้นที่ผู้หญิงมีชีวิตอยู่กับบ้านเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว ยิ่งนิวซีแลนด์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยสมัยก่อนโน้นคงจะเงียบมากมาก แต่ Dulcie ก็ทำทุกอย่างเท่าที่จะช่วยสามีและดูแลครอบครัวได้โดยเธอต้องไปรับเย็บชุดแต่งงานเพื่อหารายได้เพิ่มหลังจากสามีไม่ทำงานแล้ว นอกจากนั้นยังทำขนม ทำแยม ทำผักดองขาย เธอยังเป็นสมาชิกของ Weymouth Women ‘s Institute ตั้งแต่อายุ 18 ปี และเมื่อใดที่เธอลงแข่งขันทำขนม scone คู่แข่งต่างก็สยอง เพราะคณะกรรมการยกให้เธอเป็นที่หนึ่งตลอดกาล

TVNZ สัมภาษณ์คุณยาย Dulcie & Natalie ระหว่างดูก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นภาพที่น่ารักน่าประทับใจ อยากให้คลิกชมคลิปกันจังเลย

Natalie อธิบายในช่วงต้นๆของหนังสือว่า เธอต้องแปลงวิธีการทำอาหารและสัดส่วนของส่วนผสมของสูตรที่คุณยายจดๆเอาไว้ เพราะยุคที่คุณยายทำกับปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือก็ต่างกันมาก หลังจากเปิดสำรวจหนังสือไปทีละหน้าแล้วก็ชอบความสบายตาของการจัดหน้า ภาพอาหาร สีสันที่ใช้ ต่างก็เข้ากันได้ดีไม่มีแตกแถว เริ่มจากปกที่ใช้สีออกโทนเกือบขาวดาวเพื่อจะสื่อถึงเจ้าของสูตร ส่วนด้านในที่เป็นส่วนของอาหารจะสีสันสดใส มีภาพประกอบอาหารทุกสูตร โดยน้องสาวของ Natalie รับหน้าที่เป็นช่างภาพถ่ายรุปอาหารส่วน Natalie เป็นแผนกลงมือทำและจัดอาหารให้ออกมาสวยงาม

grans kitchen2

“Simple but Elegant” จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ แต่ละสูตรจะใช้ส่วนผสมไม่กี่อย่าง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเป็นสูตรอาหารของคนสมัยก่อนซึ่งไม่ได้มีของหลากหลายเผ่าพันธุ์มากนัก เปิดตู้เก็บของจะเจอแค่ไม่กี่อย่าง และในไม่กี่อย่างนั้นก็สร้างสรรค์อาหารนานาประดามีได้ สอดคล้องกันคือขั้นตอนการปรุงนั้นก็ไม่ซับซ้อน มีไม่กี่บรรทัด เช่นวิธีทำแยม 2 บรรทัด (โอ้ว) ในขณะที่เปิดหนังสือตำราอาหารของ Nigella Lawson จะตาลายมากเพราะขั้นตอนจะพรึบเลย  ส่วน ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’ สังเกตุหลายๆหน้าจะต้องพยายามให้หนังสือดุไม่โหวงเหวงเกินไปโดยการเติมรูปเพิ่มในหน้าที่เป็นสูตรและวิธีทำ หรือไม่ก็ใส่เรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับสูตรอาหารนั้น แต่โดยรวมแล้วสูตรทำง่าย อ่านง่ายสบายตา โดยจะแบ่งเป็น Breakfast, Morning Tea, Cakes, Fred’s Dinner, Desserts, Preserves and Sauces, Conversion Charts, Acknowledgements และ Index ซึ่งเป็นการแบ่งหมวดหมู่ที่ค่อนข้างจเป็นมาตรฐานของ cookbook ของฝรั่ง ที่บอกว่าของฝรั่งก็เพราะหนังสือทำอาหารบ้านเรายังมีบางส่วนที่ขาดหายไป เช่น Index ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่เราต้องการในหนังสือนั้นๆได้ง่ายขึ้น

คลิก ชมภาพภายในเล่ม 

ใครที่สนใจฝีมือคุณยายแต่ยังไม่มีโอกาสลงมือทำตามสูตร คุณยายก็มีผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตัวเองออกมาวางจำหน่ายให้ได้ลิ้มรส ที่ร้าน  Dulcie May Kitchen โดย Natalie หลานคุณยายเป็นคนดูแล

Dulcie May Kitchen

บางสูตรเก็บมาฝากจากหนังสือ ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’

-Breakfast Frittata with Courgettes, Cherry Tomatoes and Goat’s Cheese-

2 Tbsp olive oil

4 courgettes, thinly sliced

Salt and pepper

8 eggs

1 punnet cherry tomatoes

200g goat’s cheese, crumbled

oven to 180 degrees Celsius. Grease a 20cm baking dish. Heat oil in a pan. Cook courgettes until soft but not mushy, about three to four minutes. Season with salt and pepper and set aside to cool.

In a large bowl, beat eggs, add cherry tomatoes, goat’s cheese and cooled courgettes. Pour into the baking dish.

Bake for 30 minutes or until cooked through and golden.

Serves four to six.

-Carrot and Ginger Loaf with Cinnamon Frosting butter-

100g butter

1/2 cup brown sugar

2 Tbsp treacle

2 Tbsp golden syrup

3 cups grated carrot

2 eggs, beaten

1 1/3 cups self-raising flour

1/4 tsp baking soda

4 tsp ground ginger

Cinnamon Frosting

75g cream cheese

1 cup icing sugar

1 tsp cinnamon

oven to 180C. Grease and line a 23cm loaf tin. In a pot, place the butter, sugar, treacle and golden syrup. Gently heat until everything is melted together.

Add carrot, eggs and sifted flour, baking soda and ginger. Mix until well combined.

Pour into the tin and bake for 35 to 40 minutes. Cool in tin for 10 minutes. Remove and place on a wire rack to cool completely.

Blend all frosting ingredients together in a food processor, then spread evenly over the loaf.

Makes 1 x 23cm loaf.

-Blueberry and Lemon Loaf-

125g butter

1 cup caster sugar

Zest of 1 lemon, finely grated

2 eggs

1 cups self-raising flour, sifted

3/4 cup freshly squeezed lemon juice

1 cup blueberries

Lemon Icing

100g icing sugar

1 tsp butter, melted

1 Tbsp lemon juice, strained

oven to 180C. Grease and line a 23cm loaf tin.

Cream butter and sugar, add zest and beat in eggs, one at a time. Stir in flour and lemon juice and fold until combined. Gently fold in blueberries.

Spoon mixture into tin and bake for 45 to 50 minutes or until cooked through. Cool loaf in tin for 10 minutes and then remove to a wire rack to cool completely.

Combine icing sugar, butter and lemon juice to make icing. Stir until smooth and runny, then spread over the cold loaf. Makes 1 x 23cm loaf.

คลิปสัมภาษณ์ Natalie เกี่ยวกับหนังสืออีกเล่มของเธอ ชื่อ Gran’s Sweet Pantry

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

หนังสือ Gran’s Kitchen และหนังสือเล่มอื่นๆของ Natalie

Dulcie May Kitchen’s Facebook Page

Eat Me with Your Eyes … ติดตามอิ่มเอมกันได้ที่

Followme on Twitter @FoodWriterBlog
Facebook : Facebook.com/FoodWriterBlog
Pin me : Pinterest.com/FoodWriterBlog
Read me : FoodWriterBlog.wordpress.com

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.

 

‘เราถูกล้อมขีดเส้นว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด ซึ่งความเป็นจริงไม่มีอะไรถูกอะไรผิด’ — ดวงฤทธิ์ บุนนาค

‘เราถูกล้อมขีดเส้นว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด ซึ่งความเป็นจริงไม่มีอะไรถูกอะไรผิด’

เขาเปรียบเทียบว่า ความจริงก็เหมือนกรวย ถ้าเราตัดขวางตามแนวนอนก็จะได้วงกลม ตัดจากบนมาล่างก็จะได้สามเหลี่ยม และหากตัดแทยงก็จะเป็นวงรี ตัดอย่างไรก็มาจากกรวยเดียว

กันแม่ผลลัพท์จะไม่เหมือนกัน มันจึงไม่มีข้อสรุป…ความเป็นจริงมันถูกหมด เพียงแต่เราตั้งกลุ่มบุคคลขึ้นมาขีดเส้น แทนที่จะให้สังคมทำงานเรากลับตั้งตุลาการมาตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด ทำให้การเรียนรู้ต่ำ และไม่เกิดความเจริญในด้านนั้นปัญหาของสังคมไทยคือ ไม่มีกลไกในการหาคำตอบด้วยการชั่งน้ำหนักและเหตุผล ใครพูดอะไรไปก็เชื่อ ไม่ค่อยมีหลักเกณฑ์ ไม่พยายามมองความเป็นจริงแบบเอาประสบการณ์มาผสมวิชาการ หรือรวมองค์ความรู้ที่ผสมผสานไทยฝรั่ง
จากหน้า 83

ดวงฤทธิ์ บุนนาค
(Forces of Attraction, Moods ตำราอาหาร โดย เบญญา นันทขว้าง)

Marion: recipes and Stories From A Hungry Cook

เมอเรียน สาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย เจ้าของหนังสือทำอาหารน่ารักๆเล่มนี้ที่ชื่อว่า Marion: recipes and Stories From A Hungry Cook … เธอก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมแข่งขันในรายการทำอาหารของออสเตรเลีย ‘MasterChef’ ถึงแม้จะเข้ารอบลึก แต่ม้าตายน้ำตื้นเอาตอนทำเสต๊ะ เพราะน้ำจิ้มที่เธอทำมันทำให้กรรมการส่ายหัว เธอมาบอกทีหลังว่าคุณแม่เธอ(ซึ่งเป็นChef) ฉุนเธอมากเพราะถ้าแพ้เพราะอาหารสัญชาติอื่นยังพอให้อภัยกันได้ แพ้เพราะน้ำจิ้มสเต๊ะนี่มันหยามกันชัดๆ ฮาฮา

จากการที่เมอเรียนตกรอบ มันกลายเป็น Talk of the Town เลยทีเดียว เพราะเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันนิสัยน่ารัก ทำอาหารเก่ง เอาเป็นว่าชนะใจคนดูได้ถ้วยได้โล่ห์ก็แล้วกันงานนี้

เธอแทบจะพูดไทยไม่ได้เลย อ่านภาษาไทยก็ไม่ได้ แต่เธอรักการเดินทางและการทำกับข้าว เธอเดินทางติดตามคุณพ่อและคุณแม่ไปอยู่ตามประเทศต่างๆและหลายๆเมืองในออสเตรเลีย ทำให้เธอได้ลิ้มรสและฝึกฝนอาหารจากหลายพื้นถิ่น การลงมือทำหนังสืออาหารเล่มนี้ทำให้เธอได้เดินทางกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนของแม่เพื่อเก็บภาพและเพื่อได้สัมผัสถึงรากเหง้าความเป็นไทยด้วย จึงมีภาพสวยๆมากมายในเล่ม

Marion: recipes and Stories From A Hungry Cook น่าซื้อมอบให้เป็นของขวัญค่ะ แต่ถ้าจะซื้อเก็บไว้เองยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะเมนูยังพอจะหาทั่วไปได้ ยังไม่เร้าใจพอ

The following text is from a press release courtesy of Pan MacMillan:

If you ask Marion Grasby what her favourite food is, she’ll list at least 10 things. Marion loves food. And she loves talking about it.

During last year’s MasterChef series, Marion wowed Australia with her incredible cooking talent, her assured palate and her sunny personality and warmth.

Now in her first cookbook Marion shares more than 80 of her favourite recipes from throughout her life: the places she’s been, and the people she’s met and cooked with. Marion has lived in the Northern Territory, Papua New Guinea, Queensland and South Australia, and her food is an eclectic mix of Thai, Italian, French, Middle Eastern… and firmly Aussie.

These are recipes for the home cook, dishes to make every night of the week, for dinner parties and lazy afternoons. The recipes are peppered with entertaining stories and with incredible photography of the food and of Marion’s travels through Australia and Thailand.

ABOUT THE AUTHOR

During last year’s MasterChef series Marion endeared herself to the whole of Australia. The favourite to take out the second series, her surprise elimination before the finals week of the show made front page news across the country.

Despite her shock exit, Marion’s profile as one of Australia’s favourite foodies has gone from strength to strength: Marion has a monthly column in MasterChef Magazine, makes regular appearances on TV and has recently launched her own range of curry pastes, sauces and marinades called Marion’s Kitchen.To find out more about Marion’s cooking range, visit marionskitchen.com.au

ตามอารมณ์ “Moods” ตำราอาหาร โดย เบญญา นันทขว้าง

“การทำอาหารเป็นเรื่องของความชอบส่วนตัว ไม่มีถูกไม่มีผิด ถ้าชอบแบบไหนก็ขอให้เชื่อตัวเองแล้วทำตามนั้น อย่าเกรงใจคนอื่น” - เบญญา นันทขว้าง -

ที่เลือกเล่มนี้มาประเดิมรีวิว อาจจะเป็นเพราะโชคชะตาพาเรามาพบกันก็เป็นได้… คงเหมือนกับที่ มาริลัน มอนโร พูดเอาไว้ว่า

‘I believe everything happens for a reason.’

การจะพบกับใครสักคนหรือการจะได้หนังสือมาซักเล่มนึง มันอาจจะมากกว่าความตั้งใจที่จะให้เกิด เกินกว่าที่เราจะควบคุมชะตาของมันได้ …ฟังดูดราม่าไปหรือเปล่า

ฉันเดินผ่านเธอที่ร้านหนังสือ B2S
เธอกองอยู่กับพื้น
ฉันเดินถอยกลับมาสองก้าว
หยิบมันขึ้นมา
หลังจากพลิกเธอไปพลิกเธอมาอยู่สักพัก
ฉันพาเธอกลับมาบ้านด้วย

ปกติแล้วจะไม่ได้ซื้อตำหรับตำราอาหารสักเท่าไหร่เพราะสามารถหาดูได้จากแหล่งอื่นๆ แสดงว่าเล่มไหนที่ถูกหิ้วกลับมาด้วย มันจะต้องเย้ายวนชวนซื้อเป็นอย่างยิ่ง  ตอนเปิดดูหนังสือเล่มนี้ที่ร้านนั่นไม่ได้อ่านสูตรอาหารหรอก แต่กวาดสายตาอ่านบทสัมภาษณ์แขกรับเชิญทั้ง 10 ท่าน คือนอกจากรูปเล่มจะจัดได้สวยงามเหมือนงานศิลปะ เนื้อหาในเล่มยังมีเรื่องราวชีวิตของ แขกรับเชิญคนสนิทมาร่วมเป็นแรงบันดาลใจในหนังสือเล่มนี้ เพื่อสร้างสรรค์เมนูที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพการงาน และมีคาแร็กเตอร์เฉพาะไม่ซ้ำแบบใคร ได้แก่ ณัฐ ประกอบสันติสุข, สมบัษร ถิระสาโรช, ดวงฤทธิ์ บุนนาค, เกล้ามาศ ยิบอินซอย, พลพัฒน์ อัศวะประภา, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์, พชร สมุทวณิช, อินทิรา เจริญปุระ, จีน กษิดิษ, พี่น้องสองสาว เมนาท และ เลื่อมประภัสสร นันทขว้าง เอาเป็นว่า

‘มันส์ทั้งคนทำ มันส์ทั้งคนทาน และ มันส์ทั้งคนอ่าน เป็น cookbookที่มอบความอิ่มตาอิ่มใจผ่านศิลปะการจัดอาหารและรูปเล่มของหนังสือ’


“Moods” ตำราอาหาร โดย เบญญา นันทขว้าง สิบบท สิบอารมณ์ คั้นมาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองของ คุณหนู เบญญา แห่ง White Cafe ใช้เวลากว่า 25 ปีในการสั่งสมประสบการณ์กว่ากลั่นจะออกมาเป็น Moods เล่มนี้ เนื่องจากเธอไม่ได้เป็น Chef by trade คือ ไม่ได้จบการศึกษาด้านการทำอาหารมา อาศัยประสบการณ์ล้วนๆ เพราะฉะนั้นอย่ามาบอกว่าฉันไม่ทำตามขั้นตอน ทำผิดวิธีนะจ๊ะ …

หนังสือเล่มนี้ใช้ Editor มากฝีมือถึง 2 คน คือพลอย จริยะเวช และ กาจบดินทร์ สุดลาภา  และเดินเรื่อง หรือ Theme ของหนังสือ ผ่านแขกรับเชิญทั้ง 10 ท่าน ในเล่มนี้เราไม่ใช่เพียงจะได้รู้สูตรและเทคนิคทำอาหารเท่านั้น แต่จะได้รู้จักอาหารผ่านคน เสียด้วย

อาหารไทย
สูตรอาหารทำตามได้จริง
รูปเล่มสวยงาม
เหมาะกับมือปรุงระดับ หัดจับตะหลิว จนถึงมือระดับกลาง
คุ้มราคา ให้ 4/5 จวัก ค่ะ

Create a free website or blog at WordPress.com.
The Esquire Theme.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 91 other followers

%d bloggers like this: