เตรียมอาหารแบบ Waste not, Want not : ง่ายๆ 4 ข้อ ช่วยลดของเสีย ลดขยะ เพิ่มเงินในกระเป๋า ประโยชน์สูง ประหยัดสุด

Waste Not Want Not ความหมายคือถ้าเราไม่อีลุ่ยฉุยแฉกตอนนี้ เราก็ไม่ต้องขาดแคลนอะไรในอนาคต คำพูดนี้แพร่หลายมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะที่อังกฤษเอาประโยคนี้มาใช้ทำโปสเตอร์รณรงค์ให้ประหยัด เนื่องจากประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามข้าวยากมากแพง

โดยเฉพาะเรื่องอาหารนี่ถ้าเรารู้จักใช้จ่ายจะประหยัดไปได้ 20-30% เป็นอย่างน้อยจากราคาที่เราต้องจ่ายเต็ม เช่นปีนึงถ้าเราต้องเสียเงินเรื่องทำกับข้าว 50,000 บาท เราก็เหลือเงินในกระเป๋าอย่างน้อย 10,000-15,000 บาท เอาไปซื้อกล้องใหม่ ไปฮอลิเดย์ ซื้อหุ้น ซื้อทอง ..ป๊าด !

หลักการเตรียมอาหารของตัวเอง  ก็จะใช้แนวคิดคล้ายๆกันนี้ โดยหลักๆก็คือ

1. เช็คโปรโมชั่น – ปกติจะไม่ค่อยได้วางแผนล่วงหน้าเท่าไหร่ว่าจะทำอาหารอะไร แต่มักจะเปิดดูแผ่นโฆษณาของห้างต่างๆว่ามีอะไรที่ลดราคาหรือโปรโมชั่นบ้าง หรือถ้าเดินตามห้างก็จะดูว่าอะไรที่ติด Quick Sale ก็จะซื้อมาไว้ หลังจากนั้นค่อยคิดเมนู ซึ่งอาจจะออกแนวคิดมุมกลับ แต่ได้ผลดีในแง่ที่ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารอย่างน้อยๆก็ 25% อีกอันนึงที่สำคัญคือการเลือกซื้อผักผลไม้ที่ออกในฤดูกาล นอกจากจะได้ของที่สดแล้วยังราคาไม่แพงและหาซื้อง่าย

2. เปิดตู้– ค่ะ เปิดตู้เย็นกับตู้เก็บเสบียงอาหารบ่อยๆ กวาดตามองดูว่ามีอะไรใกล้จะหมดอายุบ้าง หรือ มีอะไรเหลือในตู้เย็นบ้างที่ควรมาทำก่อนทำหลัง จากนั้นก็ลองดูว่าจะทำอาหารอะไรดี อย่างเช่นได้เนื้อหมูสันมาก้อนใหญ่ๆก้อนนึง ซึ่งลด 50%  ก็จะแบ่งครึ่งหนึ่งไปหมักเป็นหมูปิ้ง หรือ ทำเป็นเสต๊ก อีกครึ่งนึงที่เหลือก็จะเอามาทำแกง เป็นต้น แต่กว่าจะ ‘quickคิด’ ได้ก็ต้องใจเย็นๆนะคะ ไม่ใช่ว่าเพิ่งเข้าครัวไม่กี่ครั้งแล้วเมนูต่างๆจะแล่นเข้ามาในหัว สำหรับตัวเองก็ลุ่มๆดอนๆมาเรื่อยค่ะ ช่วงแรกๆก็ทิ้งข้าวของไปเยอะทั้งของสดของแห้ง เพราะคิดอยากจะทำ ซื้อมากองๆไว้ แล้วก็ยังไม่ทำเพราะสมองมันตีบตัน นึกอะไรไม่ออก เอาเป็นว่าช่วงแรกถ้าต้องมีทิ้งบ้างก็ต้องทำใจค่ะ ทิ้งให้น้อยที่สุดน่าจะดี แต่ที่ไม่ทิ้งเลยคิดว่าไม่มีค่ะ ยิ่งถ้าทำให้ทานหลายๆคน บางทีบางคนไม่ทาน หรือ ไม่ถูกปากคนใดคนนึง กะปริมาณผิด อันนี้มันก็สุดวิสัยจริงๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ยังมีข้อ 3 เป็นตัวช่วย

3. ของเหลือ – แหม!ของเหลือฟังดูแล้วไร้ค่า อะ add value เข้าไปซะ ในภาษาอังกฤษเรียกอาหารที่เหลือจากมื้ออื่นๆว่าLeftover (รู้สึกดีขึ้นมั้ย) ที่เมืองนอกบางทีมีตำราอาหาร Leftover กันเลยทีเดียวนะ เพราะฉะนั้น ครั้งต่อไปก่อนจะโยนอาหารทิ้งลงถังขยะ หยุดคิดสักนิดว่าเราจะเอาของเหลือมาดัดแปลงทำเป็นอาหารที่ทานได้อีกหรือเปล่า?  ถ้าอาหารบูดเน่าเสียขึ้นราอย่าเอามาทำเพราะไม่คุ้มถ้าต้องป่วย ดีไม่ดีอาจจะต้องถึงมือหมอกันเลย แต่ถ้าเช็คดูแล้วว่ายังสามารถใช้ได้อยู่ก็เอามาอัพมาโบ๊ะกันใหม่ ลองนึกถึงแกงโฮะก็ได้นะ เหลือแกงฮังเล เหลือแกงเขียวหวาน เอามาโฮะรวมกันใส่ผักต่างๆเพิ่ม ออกมาเป็นแกงโฮะ ที่ตัวเองทำบ่อยๆคือเวลาซื้อไก่ย่างมาเป็นตัว บริเวณหน้าอกซึ่งจะแห้งไม่มีมันแล้วไม่มีใครชอบทาน เลยมักจะเหลือ ก็จะเก็บส่วนนี้ไว้ในตู้เย้น อีกวันก็เอามาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆทานกับสลัด ทำเป็นใส้ซูชิก็ดี หรือทำเป็นใส้แซนวิช เป็นต้น ที่สำคัญคือเก็บอาหารที่เหลือห่อไว้ให้ดีโดยเฉพาะช่วงที่อากาศร้อน อาหารจะบูดเสียง่าย  เพราะฉะนั้นพยายามรีบเก็บใส่ตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง

4. สมองซีกขวา – หลังจากหัดเข้าครัวแบบจริงๆจังๆ มีบางครั้งเหมือนกันที่ทำอาหารออกมาไม่ได้ดังใจ เคยเจอทำแล้วล้มเหลวติดกัน 3 ครั้งจนชักท้อเลยก็มี แต่ท้ายที่สุดแล้วก็พบว่า การทำอาหารเป็น extreme adventure แบบหนึ่ง พอๆกับกีฬากระโดดหน้าผา หรือ จักรยานยนต์วิบากเลยนะ เพราะนอกจากจะต้องอาศัยการฝึกฝน ความชำนาญ เทคนิคพลิกแพลงต่างๆ บางครั้งอาจจะมีอาการใจระทึกระทวย เช่นทำซาลาเปาแล้วแป้งมันไม่ขึ้นก็จบเห่ แต่ให้ถือคาถา ‘ทำ ทำ ทำ’ คือทำไปเรื่อยๆความล้มเหลวเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงของความสำเร็จ ดังนั้นการคิดเมนูใหม่สำหรับบางคนอาจจะง่ายแบบพลิกฝ่ามือ อาจจะเป็นด้วยพรสวรรค์ แต่สำหรับตัวเองจะเป็นพรแสวงล้วนๆ ต้องกระตุ้นสมองซีกขวาให้ activeตลอด แล้วก็ยังต้องแสวงไปเรื่อยๆอย่าหยุด เพื่อที่จะได้ประยุกต์เมนูใหม่ๆขึ้นมา นอกจากนั้นการหาข้อมูลการทำอาหารจากหลากหลายแหล่งก็ช่วยได้มาก เช่น Youtube หรือ ตามเวบไซต์ต่างๆ บางครั้งอาหาร 1 อย่าง อาจจะมีวิธีวิธีการทำคล้ายๆกันแต่จะมีเทคนิคต่างกัน หรือการจัดหน้าตาอาหารต่างกัน การห่อต่างกัน บางทีเราอาจจะเอาเทคนิคเหล่านั้นมาครีเอทเมนูใหม่ๆจากข้าวของที่มีอยู่ในตู้เย็นหรืออาหารที่เหลือได้

หลักการง่ายๆเพียง 4 ข้อเป็นกรอบกว้างๆ ที่เหลือก็ไปปรับใช้กันตามสถานการณ์ เพื่อลดปริมาณขยะอาหาร เพิ่มเงินในกระเป๋า ได้ประโยชน์สูง ประหยัดสุด ยิ่งกินยิ่งรวย เอ้อ นะไม่เลว🙂

Buy It with Thought.
Cook It with Care.
Don’t Waste It.

Don't waste food

ติดตามกันได้ ที่

Follow me on twitter @FoodWriterBlog
Eat me with your eyes http://Pinterest.com/FoodWriterBlog
Facebook http://facebook.com/FoodWriterBlog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: