การทำกับข้าวที่บ้านกำลังสูญพันธุ์ … ยึดครัวกลับคืนมา ลงไม้ลงมือ แล้วนั่งล้อมวงกินกัน

ข้อมูลนี้เขียนโดย Dr. Mark Hyman นายแพทย์ชาวอเมริกันที่จะกระตุ้นเตือนถึงคุณค่าและประโยชน์ของการหันเข้าครัวทำอาหารและล้อมวงทานด้วยกันเป็นครอบครัว อาหารสำเร็จรูปที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวอ่อนแอลงแต่ทำให้ประชากรอเมริกันเป็นโรคออ้วนกันมากขึ้นมากขึ้น สถิติในปี คศ. 2010 ชาวอเมริกัน 50% ทานอาหารนอกบ้านและ 1ใน5 ทานอาหารเช้าที่แมคโดนัลล์  ในหนึ่งสัปดาห์ครอบครัวจะนั่งทานอาหารด้วยกันเพียง 3 มื้อเท่านั้นและใช้เวลาแค่ 20นาทีโดยมักจะนั่งดูทีวีหรือจิ้มอุปกรณ์สื่อสารไปด้วยโดยอาหารที่นั่งทานร่วมกันคืออาหารสำเร็จที่ซื้อมาและอุ่นในไมโครเวฟ การกินอาหารจะเป็นในรถซะมากกว่าในครัว

มีการศึกษาพบว่าเด็กที่ทานอาหารกับผู้กครองจะทำอะไรได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ค่อยได้กินข้าวกับพ่อแม่ เช่น ได้คะแนนดีกว่า รักษาความสัมพันธ์ได้ดีกว่า และไม่ค่อยสร้างปัญหา รวมทั้งติดเหล้าติดยาน้อยกว่า ในผู้หญิงนั้นเด็กที่ทานข้าวกับพ่อแม่เป็นประจำมีโอกาสช่วยให้เด็กสาวเหล่านี้ห่างไกลจากโรค บูลิเมีย หรือ อนอเล็กเซีย หรือ ยาลดน้ำหนักทั้งหลาย ส่วนในเด็กเล็กที่ทานข้าวกับพ่อแม่ก็จะมีโอกาสเป็นโรคอ้วนน้อยลงเช่นกันหากได้นอนเพียงพอและไม่ดูทีวีมาก

น่าแปลกใจที่ชาวอเมริกันบ่นว่าไม่มีเวลาทำอาหารแต่กลับใช้เวลาดูรายการทำอาหารมากกว่าลงมือทำอาหารเอง ในรายการ”Food Revolution” ของ Jamie Oliver ที่ไปถ่ายทำที่อเมริกาได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าเราสร้างเด็กอเมริกันที่ไม่สามารถบอกชื่อผักได้แม้แต่อย่างเดียวและไม่รู้ว่าทำกับข้าวทำยังไง

ชมคลิปรายการ

การทานอาหารร่วมกันที่บ้านของชาวอเมริกันนั้นถูกปล้นไปโดยกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ ผักทั้งหลายเกิดมาไม่ได้มีบาร์โคดหรือมีฉลากติดบรรยายส่วนผสมมาด้วย อาหารยุคใหม่นี้ได้รับการพัฒนามาจากวิทยาศาตร์การอาหาร หรือ Food Science ดังนั้นอาหารที่ผ่านกระบวนการและอุตสาหกรรมการเพาะปลูกได้ปรับเปลี่ยนวิถีการกินของชาวอเมริกันมาเรื่อยๆโดยความจงใจ ทุกวันนี้เราจึงเห็นทั้งนักโภชนากรหรือไม่ก็แพทย์ต้องมาสอนให้เรารู้จักทานให้เหมาะสมซึ่งนี่เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมาก เพราะคนรุ่นปู่ย่าตายายของเราคงคิดไม่ถึงว่าเรื่องอย่างนี้จะต้องมาเรียนมาสอนกันด้วยเหรือ ในเมื่อการทำอาหารเตรียมกับข้าวกับปลาและการแบ่งปันอาหารในชุมชนอยู่คู่โลกเรามาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว


เมื่อราวๆร้อยปีที่ผ่านมา เราทานอาหารที่มีในท้องถิ่น ปราศจากสารเคมี และไม่ผ่านกระบวนการ ไม่มีร้านอาหารฟาสฟู้ด ไม่มีอาหารขยะ ไม่มีอาหารแช่แข็ง มีแต่ของที่หุงหากันเองในครัวที่บ้าน การทานอาหารส่วนใหญ่คือทานกันที่บ้าน แต่สิ่งเหล่านี้กำลังหายไป ทุกวันนี้ความยั่งยืนของโลกใบนี้ สุขภาพ และ อาหาร ต่างก็โยงใยกัน ของที่คุณกำลังหยิบเข้าปากนั้นสำคัญยิ่งต่อคุณมากกว่ายุคไหนๆ ท้ายที่สุดโลกนี้อาจจะรอดแต่คุณอาจจะไม่รอด


สามัญสำนึกธรรมดาพื้นๆ รวมถึงผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ต่างก็ชี้ว่าหากเราต้องการมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเราก็ต้องให้สิ่งที่ดีกับร่างกายเราด้วย นั่นคือ อาหารที่ สด ใหม่ ไม่ผ่านกระบวนการ มีในท้องถิ่น ไม่ปนเปื้อน ไม่มีฮอร์โมน ไม่มียาปฏิชีวนะ ของที่มาปนเปื้อนทั้งหลายต่างเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเรา และขอฝากคำแนะนำไว้ดังต่อไปนี้

1. ทวงคืนครัว แล้วโยนทิ้งอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล (อ่านดุที่ฉลาก) แล้วแทนที่ด้วยของสดใหม่ในท้องถิ่น

2. กลับมานั่งทานอาหารด้วยกันเป็นครอบครัว โดยมีข้อแม้ว่าจะไม่มีทีวี โทรศัพท์ หรือ การส่งข้อความระหว่างการทานอาหารร่วมกัน

3. หัดทำอาหารและเลือกซื้อของ

4. ทำสวนครัวเล็กๆเพื่อเก็บผลผลิตไว้ทานเองที่บ้าน

5. พยายามใช้ข้าวของให้คุ้มค่า

6. ลงทุนในอาหาร

เรียบเรียงจาก How Eating at Home Can Save Your Life

ล้อมวงกิน

Eat Me with Your Eyes … ติดตามอิ่มเอมกันได้ที่

Followme on Twitter @FoodWriterBlog
Facebook : Facebook.com/FoodWriterBlog
Pin me : Pinterest.com/FoodWriterBlog
Read me : FoodWriterBlog.wordpress.com

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: