ห้องครัวของคุณยาย ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’

“It is not how much you do, but how much love you put into the doing.” – Dulcie May Booker

grans kitchen
หยิบ cookbook เล่มนี้รีวิวด้วย 2 เหตุผลหลักๆคือ ชอบไอเดียการเอาสูตรอาหารที่คนรุ่นก่อนๆบันทึกไว้พร้อมกับเทคนิคการทำมารวบรวมทำเป็นเล่ม ผลงานนี้นอกจากจะเป็นการยกย่องผู้หญิงรุ่นคุณย่าคุณยายของเราแล้ว เรื่องราวที่ประกอบกับแต่ละสูตรยังสะท้อนให้เราเห็นภาพวิถีชีวิตของคนรุ่นนั้นได้แจ่มชัด และสองด้วยเหตุผลส่วนตัวมากๆคือเห็นหนังสือเล่มนี้แล้วมีความรู้สึกอบอุ่นใจเหมือนได้กอดคุณย่าคุณยายตัวกลมห่มกันหนาวได้ เป็นอย่างนั้นจริงๆนะ ตอนเด็กๆจะติดปู่ย่าเพราะพ่อแม่ตัดหางปล่อยวัด ย่าจะตัวอ้วนกลมเวลานอนด้วยกันต้องถูต้นแขนย่าเพราะรู้สึกว่าสบายดี คืนไหนไม่ได้ทำจะนอนไม่หลับ พอโตขึ้นอยู่ประถมมีช่วงหนึ่งต้องไปอยู่หอพัก ก็ไปตกหลุมรักคุณป้าตัวกลมเพราะป้าเค้าคล้ายๆย่าเป็นพี่สาวเจ้าของหอพักและป้าแกก็ทำอาหารขายที่ตลาด ภาพแกงกระด้างยังติดตาติดใจไม่รู้ลืม ตอนอยู่หอพักเลยชอบไปอยู่ใกล้ๆแก

ไอเดียของหนังสือ ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’ มาจาก Natalie Oldfield หลานสาวของคุณยาย Dulcie ที่อยากรวบรวมสูตรอาหารที่คุณยายสะสมไว้ตั้งแต่สมัยสาวสะพรั่งจนถึงปัจจุบัน คุณยายเล่าว่าต้องรับผิดชอบดูแลงานบ้านตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พอ 12 ขวบก็ได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่ให้ดูแลภารกิจทุกอย่างในบ้านไม่ว่าจะดูแลน้องหุงหาอาหารทำความสะอาดบ้านเนื่องจากพ่อแม่ต้องเดินทางไปเมืองอื่น (คุณยายแกเอาอยู่นะ) คิดดูสิสำหรับเด็ก 12 ขวบที่ต้องรับผิดชอบขนาดนี้ แต่ถ้ามาดูเด็ก 12 ขวบสมัยนี้เราจะฉงนปนทึ่งว่ามนุษย์แท้จริงแล้วมีศักพภาพมากมายเพียงใด(ให้นึกถึงเด็กผู้หญิงDulci วัย12 ขวบเข้าไว้) คุณยายยังย้อนอดีตให้อ่านในเล่มด้วยว่าสมัยนั้นถ้าของอะไรหมดเช่น ยีสต์ ก็ต้องวิ่งไปหยิบยืมข้างบ้านซึ่งไม่ใช่ข้างบ้านแบบหันหลังชนกันรั้วติดรั้ว มันห่างกันเอาเรื่องเพราะแถวนั้นเป็นฟาร์มต้องถ่อไปเอายีสต์แล้วกลับมาลุยที่ครัวต่อ ยังมีเกร็ดและเรื่องราวในเล่มให้อ่านเพลินๆไปตลอดทางที่พลิกดูหนังสือ

หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ปี คศ. 2010 ตอนนั้นคุณยายอายุ 95 ขวบ ตอนนี้ก็อีก 2 ปีจะอ่อนวัยครบ 100 ขวบแล้ว Dulcie เป็นชาวนิวซีแลนด์ เกิดในฟารม์ที่เมืองWeymouthใกล้ๆกับ Aucklandและโตที่นั่นหลังจากแต่งงานก็อยู่บ้านหลังเดิมในเมืองนั้นมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน สูตรอาหารในหนังสือเล่มนี้หลายสูตร Dulci ได้ทดลองและปรับสูตร คิดค้นเทคนิคพร้อมกับบันทึกไว้ มีทั้งอาหารที่ทานกันในชีวิตประจำวันและอาหารที่ร่วมสมัยมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีสูตรอาหารที่รวบรวมเพิ่มได้จากแวดวงญาติๆอยู่ในเล่มนี้ด้วย

“Gran has achieved an enormous amount in a “quiet” life – as have many women of her generation.”

นี่คือประโยคแรกของการทิ้งท้ายที่บทนำของหนังสือโดย Natalie Oldfield ซึ่งเน้นไปที่คำว่า quiet นั่นคือความเสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จากชีวิตเงียบๆเรียบๆซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมใหญ่ ในยุคนั้นที่ผู้หญิงมีชีวิตอยู่กับบ้านเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว ยิ่งนิวซีแลนด์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยสมัยก่อนโน้นคงจะเงียบมากมาก แต่ Dulcie ก็ทำทุกอย่างเท่าที่จะช่วยสามีและดูแลครอบครัวได้โดยเธอต้องไปรับเย็บชุดแต่งงานเพื่อหารายได้เพิ่มหลังจากสามีไม่ทำงานแล้ว นอกจากนั้นยังทำขนม ทำแยม ทำผักดองขาย เธอยังเป็นสมาชิกของ Weymouth Women ‘s Institute ตั้งแต่อายุ 18 ปี และเมื่อใดที่เธอลงแข่งขันทำขนม scone คู่แข่งต่างก็สยอง เพราะคณะกรรมการยกให้เธอเป็นที่หนึ่งตลอดกาล

TVNZ สัมภาษณ์คุณยาย Dulcie & Natalie ระหว่างดูก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นภาพที่น่ารักน่าประทับใจ อยากให้คลิกชมคลิปกันจังเลย

Natalie อธิบายในช่วงต้นๆของหนังสือว่า เธอต้องแปลงวิธีการทำอาหารและสัดส่วนของส่วนผสมของสูตรที่คุณยายจดๆเอาไว้ เพราะยุคที่คุณยายทำกับปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือก็ต่างกันมาก หลังจากเปิดสำรวจหนังสือไปทีละหน้าแล้วก็ชอบความสบายตาของการจัดหน้า ภาพอาหาร สีสันที่ใช้ ต่างก็เข้ากันได้ดีไม่มีแตกแถว เริ่มจากปกที่ใช้สีออกโทนเกือบขาวดาวเพื่อจะสื่อถึงเจ้าของสูตร ส่วนด้านในที่เป็นส่วนของอาหารจะสีสันสดใส มีภาพประกอบอาหารทุกสูตร โดยน้องสาวของ Natalie รับหน้าที่เป็นช่างภาพถ่ายรุปอาหารส่วน Natalie เป็นแผนกลงมือทำและจัดอาหารให้ออกมาสวยงาม

grans kitchen2

“Simple but Elegant” จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ แต่ละสูตรจะใช้ส่วนผสมไม่กี่อย่าง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเป็นสูตรอาหารของคนสมัยก่อนซึ่งไม่ได้มีของหลากหลายเผ่าพันธุ์มากนัก เปิดตู้เก็บของจะเจอแค่ไม่กี่อย่าง และในไม่กี่อย่างนั้นก็สร้างสรรค์อาหารนานาประดามีได้ สอดคล้องกันคือขั้นตอนการปรุงนั้นก็ไม่ซับซ้อน มีไม่กี่บรรทัด เช่นวิธีทำแยม 2 บรรทัด (โอ้ว) ในขณะที่เปิดหนังสือตำราอาหารของ Nigella Lawson จะตาลายมากเพราะขั้นตอนจะพรึบเลย  ส่วน ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’ สังเกตุหลายๆหน้าจะต้องพยายามให้หนังสือดุไม่โหวงเหวงเกินไปโดยการเติมรูปเพิ่มในหน้าที่เป็นสูตรและวิธีทำ หรือไม่ก็ใส่เรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับสูตรอาหารนั้น แต่โดยรวมแล้วสูตรทำง่าย อ่านง่ายสบายตา โดยจะแบ่งเป็น Breakfast, Morning Tea, Cakes, Fred’s Dinner, Desserts, Preserves and Sauces, Conversion Charts, Acknowledgements และ Index ซึ่งเป็นการแบ่งหมวดหมู่ที่ค่อนข้างจเป็นมาตรฐานของ cookbook ของฝรั่ง ที่บอกว่าของฝรั่งก็เพราะหนังสือทำอาหารบ้านเรายังมีบางส่วนที่ขาดหายไป เช่น Index ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่เราต้องการในหนังสือนั้นๆได้ง่ายขึ้น

คลิก ชมภาพภายในเล่ม 

ใครที่สนใจฝีมือคุณยายแต่ยังไม่มีโอกาสลงมือทำตามสูตร คุณยายก็มีผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตัวเองออกมาวางจำหน่ายให้ได้ลิ้มรส ที่ร้าน  Dulcie May Kitchen โดย Natalie หลานคุณยายเป็นคนดูแล

Dulcie May Kitchen

บางสูตรเก็บมาฝากจากหนังสือ ‘Gran’s Kitchen – Recipes from the Notebooks of Dulcie May Booker’

-Breakfast Frittata with Courgettes, Cherry Tomatoes and Goat’s Cheese-

2 Tbsp olive oil

4 courgettes, thinly sliced

Salt and pepper

8 eggs

1 punnet cherry tomatoes

200g goat’s cheese, crumbled

oven to 180 degrees Celsius. Grease a 20cm baking dish. Heat oil in a pan. Cook courgettes until soft but not mushy, about three to four minutes. Season with salt and pepper and set aside to cool.

In a large bowl, beat eggs, add cherry tomatoes, goat’s cheese and cooled courgettes. Pour into the baking dish.

Bake for 30 minutes or until cooked through and golden.

Serves four to six.

-Carrot and Ginger Loaf with Cinnamon Frosting butter-

100g butter

1/2 cup brown sugar

2 Tbsp treacle

2 Tbsp golden syrup

3 cups grated carrot

2 eggs, beaten

1 1/3 cups self-raising flour

1/4 tsp baking soda

4 tsp ground ginger

Cinnamon Frosting

75g cream cheese

1 cup icing sugar

1 tsp cinnamon

oven to 180C. Grease and line a 23cm loaf tin. In a pot, place the butter, sugar, treacle and golden syrup. Gently heat until everything is melted together.

Add carrot, eggs and sifted flour, baking soda and ginger. Mix until well combined.

Pour into the tin and bake for 35 to 40 minutes. Cool in tin for 10 minutes. Remove and place on a wire rack to cool completely.

Blend all frosting ingredients together in a food processor, then spread evenly over the loaf.

Makes 1 x 23cm loaf.

-Blueberry and Lemon Loaf-

125g butter

1 cup caster sugar

Zest of 1 lemon, finely grated

2 eggs

1 cups self-raising flour, sifted

3/4 cup freshly squeezed lemon juice

1 cup blueberries

Lemon Icing

100g icing sugar

1 tsp butter, melted

1 Tbsp lemon juice, strained

oven to 180C. Grease and line a 23cm loaf tin.

Cream butter and sugar, add zest and beat in eggs, one at a time. Stir in flour and lemon juice and fold until combined. Gently fold in blueberries.

Spoon mixture into tin and bake for 45 to 50 minutes or until cooked through. Cool loaf in tin for 10 minutes and then remove to a wire rack to cool completely.

Combine icing sugar, butter and lemon juice to make icing. Stir until smooth and runny, then spread over the cold loaf. Makes 1 x 23cm loaf.

คลิปสัมภาษณ์ Natalie เกี่ยวกับหนังสืออีกเล่มของเธอ ชื่อ Gran’s Sweet Pantry

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

หนังสือ Gran’s Kitchen และหนังสือเล่มอื่นๆของ Natalie

Dulcie May Kitchen’s Facebook Page

Eat Me with Your Eyes … ติดตามอิ่มเอมกันได้ที่

Followme on Twitter @FoodWriterBlog
Facebook : Facebook.com/FoodWriterBlog
Pin me : Pinterest.com/FoodWriterBlog
Read me : FoodWriterBlog.wordpress.com

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: